47 เส้นทางควรระวังช่วงเทศกาลสงกรานต์

กรมทางหลวงเผย 47 สายทางต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ช่วงสงกรานต์ 2561 จนท.เตรียมความพร้อมเส้นทางให้สมบูรณ์ 100% ในทุกมิติ

               นายธานินทร์  สมบูรณ์  อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกรมทางหลวงในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561  ภายใต้นโยบาย One Transport ของกระทรวงคมนาคม  ว่าปีนี้จะเน้นการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมทางหลวงชนบท  กรมการขนส่งทางบก โดยมีเป้าหมาย เข้มข้นยกกำลังสาม เพื่อลดอุบัติเหตุแก่ผู้เดินทางโดยในปีนี้ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีเป้าหมายที่จะให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ใน 77 สายทางที่กระทรวงคมนาคม คัดเลือกมา โดยเป็นของกรมทางหลวง 47 สายทางกรมทางหลวงชนบท   30 สายทางโดยคัดเลือกจาก พื้นที่นำร่องภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT) แห่ง ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 8  สายทาง  สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์  2560 จำนวน 24 สายทาง   สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในรอบปี2560 จำนวน 5  สายทาง เส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนนิยมท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 10  สายทาง

 

อธิบดีกรมทางหลวงยังกล่าวต่อไปอีกว่า กรมทางหลวงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวง เตรียมความพร้อมเส้นทางให้สมบูรณ์ 100%ในทุกมิติโดยดำเนินการเป็นมาตรการที่เพิ่มขึ้นพิเศษจากมาตรการปกติ ดังนี้

ช่วงก่อน โครงการ 777 ยกกำลังสาม  ทำการตรวจสอบความปลอดภัยเชิงลึกและเร่งปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตรวจสอบความครบถ้วนของป้ายเตือน  และติดตั้งป้ายเตือน  ไฟกระพริบ และ/หรือ ไฟฟ้าชั่วคราว(ถ้าจำเป็น) เพิ่มเติมในบริเวณที่เกิดเหตุบ่อยครั้งตรวจสอบระยะมองเห็นบริเวณทางแยกทางเชื่อม และปรับปรุงให้มีระยะเพียงพอในการหยุดรถได้ทันตรวจสอบผิวจราจรและไหล่ทางให้อยู่ในสภาพดี  ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ตรวจสอบอุปกรณ์นำทางต่างๆให้เพียงพอในการขับขี่เวลากลางคืน

 

ช่วง 7 วันก่อนเทศกาลสงกรานต์ ตรวจสอบความพร้อมของเส้นทางในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยประชุมซักซ้อมการทำงานร่วมกันเป็นทีม One Transport ประกอบด้วย กรมทางหลวง  กรมทางหลวงชนบท  กรมการขนส่งทางบก และตำรวจทางหลวง ตั้งเต็นท์อำนวยการบริเวณพื้นที่ เสริมป้าย Vinyl เตือนและรณรงค์เป็นระยะๆตลอดเส้นทางที่ถนนลื่นเมื่อฝนตก  ให้ติดตั้งป้ายเตือนฝนตกถนนลื่นทุกระยะ 200 เมตร จนสิ้นสุดช่วงที่ถนนลื่น รวมถึงป้ายเตือนง่วงให้จอดพัก

ช่วง 7 วันระหว่างเทศกาลสงกรานต์ วิ่งตรวจเส้นทางและระยะๆ  และตั้งจุดเฝ้าระวังตลอดเส้นทางประสานตั้งจุดตรวจความเร็วและความเมา  พร้อมป้ายเตือน กรณีฝนตกตั้งป้ายเตือนพร้อมไฟกระพริบให้ลดความเร็ว เป็นระยะๆ เส้นทางที่มีความเสี่ยงหลับใน  ให้ติดตั้งไฟกระพริบเป็นระยะ  ประสานเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก หรือตำรวจในการตั้งจุดตรวจโดยเน้นหลังเที่ยงคืน กรณีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต้องถึงหน้างานโดยเร็ว  และรายงานรายละเอียด พร้อมสาเหตุเชิงลึก

ช่วง 7 วันหลังเทศกาลสงกรานต์ เริ่มลดระดับการเฝ้าระวังเพื่อเข้าสู่สภาวะปกติเก็บข้อมูล  และสรุปข้อมูลเพื่อประเมินผล

 

ทั้งนี้สำหรับเส้นทางดังกล่าวประกอบด้วยเส้นทางหลวงนำร่องตามโครงการ One Transport  47 สายทางประกอบสายทางดังต่อไปนี้

ลำดับที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนโนนปอแดง – ปากดง ระหว่าง กม. 386 394 จังหวัดกำแพงเพชร
ลำดับที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนวังม่วง – แม่เชียงรายบน ระหว่าง กม.535 540 จังหวัดตาก
ลำดับที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนหนองหมู ห้วยยาง ระหว่าง กม. 276 +813- 295 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ลำดับที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนน้ำรอด-พ่อตาหินช้าง ระหว่าง กม. 425-440 จังหวัดชุมพร
ลำดับที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเขาพับผ้า – พัทลุง ระหว่าง กม. 1158+ 1163 จังหวัดพัทลุง

 

ลำดับที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 12  ตอนกลางสะพานมิตรภาพแม่สอด – แม่ละเมา ระหว่าง กม. 1- 6 จังหวัดตาก
ลำดับที่ 7 ทางหลวงหมายเลข 22  ตอนสูงเนิน ท่าแร่ ระหว่าง กม. 161- 167 จังหวัดสกลนคร
ลำดับที่ 8 ทางหลวงหมายเลข 22  ตอนกุรุคุ – นครพนม ระหว่าง กม. 235-240 จังหวัดนครพนม
ลำดับที่ 9 ทางหลวงหมายเลข 33  ตอนบางปะหัน โคกแดง  ระหว่าง กม. 49- 62    จังหวัดอยุธยา
ลำดับที่ 10ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนถ้ำพรรณรา ทุ่งสง    ระหว่าง กม. 264-271     จังหวัดนครศรีธรรมราช
ลำดับที่ 11 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนสี่แยกโพธิ์ทอง พัทลุง  ระหว่าง กม. 377- 382+616 จังหวัดพัทลุง
ลำดับที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 43  ตอนนาหม่อม จะนะ     ระหว่าง กม. 270 – 320 จังหวัดสงขลา
ลำดับที่ 13 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนร้องกวาง สวนป่า  ระหว่าง กม. 283-290 จังหวัดแพร่
ลำดับที่ 14 ทางหลวงหมายเลข 118  ตอนท่าก๊อ – ดงมะดะ    ระหว่าง กม. 132 + 139 จังหวัดเชียงราย
ลำดับที่15 ทางหลวงหมายเลข 205  ตอนโคกสวาย – ขท.นครราชสีมาที่ 1  ระหว่าง กม. 204 + 209 จังหวัดนครราชสีมา
ลำดับที่ 16 ทางหลวงหมายเลข 212  ตอนย้อมพัฒนา นาโพธิ์       ระหว่าง กม. 406-411 จังหวัดมุกดาหาร
ลำดับที่ 17 ทางหลวงหมายเลข 212  ตอนหนองยอ – อุบลราชธานี   ระหว่าง กม. 568-574 จังหวัดอุบลราชธานี
ลำดับที่ 18 ทางหลวงหมายเลข 224  ตอนพะโค หนองสนวน      ระหว่าง กม.  90- 95  จังหวัดนครราชสีมา
ลำดับที่ 19 ทางหลวงหมายเลข 226  ตอนหัวทะเล หนองกระทิง ระหว่าง กม.  15 + 20 จังหวัดนครราชสีมา
ลำดับที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 304 ตอนดอนขวาง – โพธิ์กลาง ระหว่าง กม.272-278 จังหวัดนครราชสีมา
ลำดับที่ 21 ทางหลวงหมายเลข 402  ตอนหมากปรก – เมืองภูเก็ต ระหว่าง กม. 30- 35 จังหวัดภูเก็ต
ลำดับที่ 22 ทางหลวงหมายเลข 1084 ตอนป่าแดง – หาดชะอม ระหว่าง กม.  5- 14 จังหวัดนครสวรรค์
ลำดับที่ 23 ทางหลวงหมายเลข 2044 ตอนร้อยเอ็ด – หนองดง ระหว่าง กม.  0+184 – 5 จังหวัดร้อยเอ็ด
ลำดับที่ 24 ทางหลวงหมายเลข 3395 ตอนวัฒนานคร – โคคลาน  ระหว่าง กม.  82- 87 จังหวัดสระแก้ว
ลำดับที่ 25 ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนสระบุรี – ตาลเดี่ยว ระหว่าง กม.  0-5 จังหวัดสระบุรี
ลำดับที่ 26 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนปากท่อ – สระพัง ระหว่าง กม.123-133 จังหวัดสมุทรสงคราม

 

ลำดับที่ 27 ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนสะพานขึ้นแม่น้ำท่าจีน-ยาโคก  ระหว่าง กม.4-5 จังหวัดสมุทรสาคร
ลำดับที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนเกาะมุกข์ – ควนรา ระหว่างกม. 118 – 132 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ลำดับที่ 29 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนแยกบ้านฝ้าย ร้องกวาง  ระหว่าง กม. 252 257 จังหวัดแพร่
ลำดับที่ 30 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอพาน – สันทรายหลวง   ระหว่าง กม. 916- 922 จังหวัดเชียงราย
ลำดับที่ 31  ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนแม่คำ – กลางสะพานแม่น้ำสาย  ระหว่าง กม. 972 – 976จังหวัดเชียงราย
ลำดับที่ 32 ทางหลวงหมายเลข 3 ตอนชลบุรี – ศรีราชา    ระหว่าง กม. 98 – 103 จังหวัดชลบุรี
ลำดับที่ 33 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนคลองหวะ พังลา ระหว่าง กม. 1258+642-1263 จังหวัดสงขลา
ลำดับที่ 34 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนเข็กน้อย แยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง  ระหว่าง กม.340 348  จังหวัดเพชรบูรณ์
ลำดับที่ 35 ทางหลวงหมายเลข 217 ตอนวารินทร์ชำราบ – พิบูลมังสาหาร  ระหว่าง กม. 22 – 37จังหวัดอุบลราชธานี
ลำดับที่ 36 ทางหลวงหมายเลข 323 ตอนแยกปากกิเลน น้ำตกไทรโยคใหญ่ ระหว่างกม.110 115 จังหวัดกาญจนบุรี
ลำดับที่ 37 ทางหลวงหมายเลข 401 ตอนบางกุ้ง เขาหัวช้าง  ระหว่าง กม.175 180 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ลำดับที่ 38 ทางหลวงหมายเลข 1009 ตอนจอมทอง ดอยอินทนนท์  ระหว่าง กม. 0+5 จังหวัดเชียงใหม่
ลำดับที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 4030 ตอนถลาง – หาดราไวย์    ระหว่าง กม. 26-28+290 และ29+790-32จังหวัดภูเก็ต
สำดับที่ 40 ทางหลวงหมายเลข    2 ตอนขอนแก่น หินลาด  ระหว่างกม.    343-354   จังหวัดขอนแก่น
ลำดับที่ 41 ทางหลวงหมายเลข    4 ตอน สระพระ ห้วยทรายใต้  ระหว่าง กม.187-193 จังหวัดเพชรบุรี
ลำดับที่ 42 ทางหลวงหมายเลข 11 ตอนบึงหลัก-หนองเขียว       ระหว่าง กม.346-351 จังหวัดอุตรดิตถ์
ลำดับที่ 43 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก ห้วยซ้ำมะคาว  ระหว่าง กม.372-375 จังหวัดเพชรบูรณ์

ลำดับที่ 44 ทางหลวงหมายเลข 32 ตอนไชโย – สิงห์ใต้ ระหว่าง กม.78-    83+900 จังหวัดอ่างทอง
ลำดับที่ 45 ทางหลวงหมายเลข 340 ตอนสาลี สุพรรณบุรี ระหว่าง กม.    55-60 จังหวัดสุพรรณบุรี
ลำดับที่ 46 ทางหลวงหมายเลข 3312 ตอนลำลูกกา คลองใน ระหว่าง กม.19-21 จังหวัดนครนายก
ลำดับที่ 47 ทางหลวงหมายเลข 4029 ตอนกระทู้ ป่าตอง ระหว่าง กม 0.-3+236 จังหวัดภูเก็ต
โดยเส้นทางดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 47 เส้นทางมูลเหตุการเกิดเหตุมาจาก ขับรถเร็ว   หลับใน  เมาสุรา  ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร โดยกรมทางหลวงได้มีมาตรการในเส้นทางดังกล่าวเข้มข้นเป็นพิเศษมากขึ้นโดยติดป้ายจำกัดความเร็วมากขึ้น ตั้งจุดสกัด เพิ่มป้ายเตือน เช่น Rumble Strip  ไฟกระพริบ รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์กันชนกันตก  เช่นราวกั้นอันตราย แท่งbarrier คอนกรีต เป็นต้น จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจโดยใช้ไฟวับวาบ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อป้องกันการหลับในรวมทั้งเตือนสติผู้ขับขี่
แต่อย่างไรก็ตามกรมทางหลวง ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางศึกษาเส้นทางก่อนการออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากรู้สึกง่วงขณะขับรถให้จอดแวะพักในจุดบริการของกรมทางหลวง รวมทั้งต้องไม่ขับขี่ขณะมึนเมา และที่สำคัญขอให้เคารพกฎจราจร กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอความร่วมมือในการปฎิบัติตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมได้แก่ ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด ทั้งนี้หากมีปัญหาในการเดินทาง โทรสอบถามได้ที่สายด่วน กรมทางหลวง1586 โทรฟรี 24 ชม.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก nation