ประวัติบริษัท


บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ จากัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในนาม บริษัท รักษาแลนด์ (สาทร-พระราม3) จากัด ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ จากัด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556 และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจากัด เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2557 โดย คุณทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องมากว่า 20 ปี นโยบายการดำเนินธุรกิจจะเน้นงานก่อสร้างที่มีคุณภาพ ให้บริการที่ดี ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อลูกค้า จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าตลอดมา เป็นผลให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น ตามลำดับ

ลักษณะการดำเนิน ธุรกิจของบริษัท


 ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ภาพรวมการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัท

บริษัทฯ และบริษัทย่อย 8 แห่ง ประกอบธุรกิจเป็นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ โดยเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายและเพื่อให้เช่าพื้นที่ระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนจำหน่ายที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการให้บริการเช่าพื้นที่ เพื่อการพาณิชย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้

  • โครงการเชิงพาณิชย์แนวราบ ประกอบไปด้วย อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า ศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall)
  • โครงการที่อยู่อาศัย ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์, บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, และคอนโดมิเนียม
  • ธุรกิจรับจ้างบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัทฯ และบริษัทย่อย ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ JPM
  • ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กับบุคคลทั่วไป ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ JPM

โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อย เน้นการพัฒนาโครงการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพใกล้แหล่งชุมชน มีเส้นทางการคมนาคมสะดวก นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีรูปแบบที่หลากหลายและมีคุณภาพที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี

โครงการเชิงพาณิชย์แนวราบและโครงการที่อยู่อาศัยที่บริษัทฯ และบริษัทย่อยพัฒนา เป็นโครงการลักษณะขายก่อนสร้างเสร็จ หรือลักษณะขายระหว่างก่อสร้างโครงการ ทั้งนี้ เนื่องจากการก่อสร้างโครงการต้องใช้ระยะเวลานานในการก่อสร้าง ดังนั้น บริษัทฯ จึงดำเนินการขายก่อนที่โครงการจะแล้วเสร็จ โดยจะมีอาคารพาณิชย์  หรืออาคารที่อยู่อาศัย หรือห้องชุดที่อยู่อาศัยตัวอย่างที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ให้ลูกค้าได้พิจารณาก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถนำกระแสเงินสดส่วนหนึ่งจากเงินจองและเงินดาวน์มาใช้ในการก่อสร้างโครงการ ซึ่งในวันทำสัญญา ลูกค้าจะต้องชำระเงินดาวน์ให้แก่บริษัทฯ ประมาณร้อยละ 10-20  ขึ้นกับราคาและประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่จำหน่าย และเมื่อโครงการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ลูกค้าจะต้องชำระเงินในส่วนที่เหลือให้กับบริษัทฯ ครบทั้งจำนวน บริษัทฯ จึงจะทำการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีเกณฑ์ในการเลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นไปตามคู่มือการจัดซื้อที่ดินของบริษัทฯโดยพิจารณาจากแนวโน้มสภาวะตลาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำเล ที่ตั้ง ความต้องการของผู้บริโภค และความเหมาะสมของระดับราคา ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการได้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ อีกทั้งบริษัทฯ ได้เน้นในการสร้างความแตกต่างของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะพัฒนาขึ้นแต่ละโครงการ โดยหลังจากที่บริษัทฯ ได้กำหนดรูปแบบและลักษณะผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะเริ่มจัดทำแผนงานของโครงการที่มีความชัดเจนในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ บริษัทฯ มีนโยบายแบ่งพื้นที่จะทำการพัฒนาออกเป็นระยะ (“เฟส”) เพื่อให้สามารถพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบของอาคารพาณิชย์  ที่อยู่อาศัยภายในโครงการได้หลากหลาย ได้ตามแผนงานของบริษัทฯ สอดคล้องกับการกำหนดจุดขาย และช่วยในการบริหารและควบคุมการก่อสร้างของโครงการในแต่ละส่วนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นโยบายการแบ่งโครงการที่จะพัฒนาออกเป็นเฟส ยังเป็นการบริหารความเสี่ยงของโครงการของบริษัทฯ ด้วย กล่าวคือ บริษัทฯ จะเปิดการขายและเริ่มการก่อสร้างทีละเฟส เมื่อมียอดทำสัญญาจะซื้อจะขายแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 50-60 ของแต่ละเฟส จะเห็นได้ว่าเป็นการบริหารความเสี่ยงของโครงการให้มีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่งด้วย

 

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

โครงสร้างองค์กร


โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ


โครงสร้างเงินทุนของกลุ่มบริษัท

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อย ดังนี้

ปัจจุบันบริษัทฯ มีบริษัทย่อยจำนวน 8  บริษัท และบริษัทร่วม 3 บริษัท ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • บริษัทย่อยฯ
  • บริษัท ไชน่า เซ็นเตอร์ (สาทร-กัลปพฤกษ์) จำกัด (“CNC”) ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 90 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการ สำเพ็ง 2 เฟส 1
  • บริษัท เจ.เอส.พี. โกลเด้นท์แลนด์ จำกัด (“JGL”) ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาทเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการ สำเพ็ง 2 เฟส 2
  • บริษัท สำเพ็ง 2 พลาซ่า จำกัด (“SPZ”) ทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการ สำเพ็ง 2 เฟส 3
  • บริษัท บ้านรื่นรมย์ 2015 จำกัด (“BRR”) ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการเจ.เอส.พี.ซิตี้ แพรกษา, รังสิต, บางปะกง
  • บริษัท บ้านพุทธรักษา 2015 จำกัด (“BPR”) ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการเจ.เอส.พี.ซิตี้ แพรกษา, รังสิต
  • บริษัท บ้านพุทธชาติ 2015 จำกัด (“BPC”) ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการเจ.เอส.พี.ซิตี้ แพรกษา, รังสิต, บางปะกง
  • บริษัท เจ.เอส.พี. แอสพลัส จำกัด (“ASP”) ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการเจ ซิตี้บางบัวทอง-รัตนาธิเบศร์
  • บริษัทร่วมลงทุน
  • บริษัท เจเอสพี โอเชี่ยน จำกัด (“JSO”) ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เป็นบริษัทร่วมที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 55 (ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560)
  • บริษัท เจ.เอส.พี. จงเทียน จำกัด (“JST”) ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เป็นบริษัทร่วมที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 55 (ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560)
  • บริษัท เซนิท แมเนจเม้นท์ จำกัด (“ZENITH”) ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เป็นบริษัทร่วมที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 50
  1. ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์
  • บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด (“JPM”) ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ดำเนินธุรกิจรับบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและให้บริการ

วิสัยทัศน์


พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แนวราบและที่อยู่อาศัยที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่

พันธกิจ


  • พัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง เน้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  • พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงไปตามโลกาภิวัฒน์ เข้าสู่ยุคสากลเพื่อให้ได้คุณภาพและประโยชน์อันสูงสุดของผู้ใช้บริการ
  • โครงการทุกโครงการ ได้รับการพัฒนา เอาใจใส่ดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม คืนธรรมชาติสู่สังคม เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกคน
  • เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความโปร่งใส ช่วยเหลือสังคม ตอบแทนประเทศชาติ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย

ความรับผิดชอบต่อสังคม


มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนชนบท

ทางบริษัทเจเอสพีพร๊อพเพอร์ตี้ นำทีมผู้บริหาร ร่วมกับเทศบาลบางบัวทอง , เพื่อนกลุ่มแมวดำและเพื่อนกลุ่มพระราม 3
ระดมทุนเพื่อช่วยส่งเสริมอุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียนโรงเรียน ช่องกุ่มวิทยา จังหวัด สระแก้ว
ทั้งนี้ ยังได้มอบ อุปกรณ์เครื่องเขียน และ จักรยาน ให้แก่นักเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และมอบโอกาสต่อยอด
การศึกษาให้กับนักเรียนทุกชั้นเรียน